Warning: Use of undefined constant page - assumed 'page' (this will throw an Error in a future version of PHP) in /home/h512175/domains/phungwit.ac.th/public_html/krootim/index.php on line 16
ข้อมูลหน่วยการเรียนรู้
แบบทดสอบก่อนเรียน
1.1 เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารคืออะไร
1.2 ลักษณะสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
1.3 ผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แบบฝึกหัด
แบบทดสอบหลังเรียน
ข้อมูลหน่วยการเรียนรู้
แบบทดสอบก่อนเรียน
2.1 ข้อมูล
2.2 การจัดการสารสนเทศ
2.3 ระดับสารสนเทศ
แบบฝึกหัด
แบบทดสอบหลังเรียน
ข้อมูลหน่วยการเรียนรู้
แบบทดสอบก่อนเรียน
3.1 คอมพิวเตอร์
3.2 การแทนข้อมูล
3.3 หน่วยรับเข้า
3.4 หน่วยประมวลผลกลาง
3.5 หน่วยความจำ
3.6 หน่วยส่งออก
3.7 หน่วยเก็บข้อมูล
3.8 อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ทำงานได้หลายหน้าที่
3.9 การใช้งานและดูแลรักษาคอมพิวเตอร์
แบบฝึกหัด
แบบทดสอบหลังเรียน

Warning: Use of undefined constant page - assumed 'page' (this will throw an Error in a future version of PHP) in /home/h512175/domains/phungwit.ac.th/public_html/krootim/index.php on line 303

Warning: Use of undefined constant page - assumed 'page' (this will throw an Error in a future version of PHP) in /home/h512175/domains/phungwit.ac.th/public_html/krootim/index.php on line 303

Warning: Use of undefined constant page - assumed 'page' (this will throw an Error in a future version of PHP) in /home/h512175/domains/phungwit.ac.th/public_html/krootim/index.php on line 315

Warning: Use of undefined constant page - assumed 'page' (this will throw an Error in a future version of PHP) in /home/h512175/domains/phungwit.ac.th/public_html/krootim/index.php on line 316

3.6 หน่วยส่งออก

ข้อมูลส่งออกคือ ผลลัพธ์ได้จากการประมวลผลของคอมพิวเตอร์ ซึ่งอาจอยู่ในรูปของอักขระ ข้อความ รูปภาพ เสียง หรือภาพเคลื่อนไหว ซึ่งคอมพิวเตอร์จะแสดงผลลัพธ์ผ่านอุปกรณ์ของหน่วยส่งออก (output unit) เช่น จอภาพ เครื่องพิมพ์ และลำโพง

3.6.1 จอภาพ

จอภาพ (monitor) เป็นอุปกรณ์ของหน่วยส่งออกซึ่งใช้แสดงข้อมูลต่างๆไม่ว่าจะเป็นตัวอักขระ และภาพเคลื่อนไหว จอภาพในปัจจุบันแสดงภาพด้วยจำนวนสีที่สูงมาก ทำให้ได้ภาพที่สวยงามใกล้เคียงกับสีของภาพจริง ในอุปกรณ์ขนาดเล็กบางชนิด เช่น โทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นพื้นฐาน อาจใช้จอภาพขนาดเล็กที่เป็นจอขาว-ดำ เนื่องจากราคาถูกกว่าและประหยัดพลังงานมากกว่าจอสี

จอภาพสำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์มีสองประเภท คือ ซีอาร์ทีและแอลซีดี

จอภาพแบบซีอาร์ที

จอภาพแบบซีอาร์ที (cathode Ray Tube:CRT) ใช้เทคโนโลยีของหลอดรังสีอิเล็กตรอน เช่นเดียวกับจอโทรทัศน์ในการทำให้เกิดภาพ ซึ่งปัจจุบันเริ่มลดความนิยมลงไปแล้ว ฟอสฟอรัส ทำให้ตำแหน่งที่อิเล็กตรอนวิ่งมาชนเกิดแสงสว่างขึ้นและเห็นเป็นภาพ จุดภาพแต่ละจุดจะประกอบด้วยสี 3 สี คือแดง เขียว และน้ำเงิน จอภาพแบบนี้มีขนาดตั้งแต่ 14,15,17,19 และ 20 โดยขนาดของจอจะวัดในแนวเส้นทแยงมุมจอภาพ


จอภาพแบบซีอาร์ที

จอภาพแบบแอลซีดี

จอภาพแบบแอลซีดี (Liquid Crystal Display:LCD) เป็นจอภาพที่มีแนวโน้มการใช้งานมากขึ้น เนื่องจากมีขนาดที่เล็กและบาง น้ำหนักเบาและกินไฟน้อยกว่าจอภาพแบบซีอาร์ที เป็นเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนามาเพื่อใช้กับนาฬิกาและเครื่องคิดเลข ใช้หลักการปรับเปลี่ยนโมเลกุลของผลึกเหลวเพื่อปิดกั้นแสงเมื่อมีสนามไฟฟ้าเหนี่ยวนำ ใช้กำลังไฟฟ้าต่ำเหมาะกับอุปกรณ์แสดงผลที่ใช้กับแบตเตอรี่ขนาดเล็ก ปัจจุบันจอภาพแบบนี้มีใช้กันแพร่หลายในพีซี เนื่องจากราคาถูกลง มีหลายขนาดเช่นเดียวกับจอแบบซีอาร์ที ขนาดของจอภาพแบบแอลซีดีจะมีพื้นที่การมองเห็น (viewable area) ที่ใหญ่กว่าจอแบบซีอาร์ทีที่ขนาดเท่ากัน


จอภาพแบบแอลซีดี

ความคมชัดของจอภาพขึ้นกับระยะห่างจากจุดภาพ (dot pitch) สำหรับคุณภาพของจอภาพถ้าบนจุดจอภาพอยู่ชิดกันมาก ภาพที่ได้จะยิ่งคมชัด และแสดงรายละเอียดขนาดเล็กได้ดีขึ้น ค่าระยะห่างของจุดบนจอภาพควรที่จะน้อยกว่า 0.30 มิลลิเมตร คุณสมบัติของจอภาพที่สำคัญอันหนึ่งคือความละเอียดของการแสดงผล(resolution) หมายถึงจำนวนจุดภาพทั้งหมดที่แสดงบนจอภาพในแนวตั้งและแนวนอน

มาตรฐาน
ความละเอียด
จำนวนจุด
ที่แสดงในแนวนอน
จำนวนจุด
ที่แสดงในแนวตั้ง
ความละเอียด
ของการแสดงผล
จำนวนจุด
VGA 640 480 640x480 307,200
SVGA 800 600 800x600 480,000
XGA 1,024 768 1,024x768 786,432
SXGA 1,280 1,024 1,280x1,024 1,310,720
ตัวอย่างมาตรฐานความละเอียดของจอภาพแบบซีอาร์ที

 

ขนาดจอภาพ
(นิ้ว)
จำนวนจุด
ที่แสดงในแนวนอน
จำนวนจุด
ที่แสดงในแนวตั้ง
ความละเอียด
ของการแสดงผล
จำนวนจุด
19 1,440 900 1,440x900 1,296,000
22 1,680 1,050 1,680x1,050 1,764,000
ตัวอย่างมาตรฐานความละเอียดของจอภาพแอลซีดี

 

 

จอภาพแสดงผลแบบบิดโค้งได้

อีกไม่นานเราคงจะได้เห็นหน้าปกนิตยสารที่มีภาพเคลื่อนไหวได้เหมือนที่เคยเห็นในภาพยนตร์แนววิทยาศาสตร์ ขณะนี้หลายบริษัทกำลังพัฒนาอุปกรณ์แสดงผลแบบใหม่ที่เรียกว่า โอแอลอีดี(Organic Lignt-Emitting Diode:OLED) ซึ่งใช้โมเลกุลของสารอินทรีย์เป็นแหล่งกำเนิดของแสงสีต่างๆทำให้ได้จอภาพที่บางมากเพียง 0.01 นิ้ว ที่สำคัญคือสามารถบิดโค้งงอได้

 

3.6.2 เครื่องพิมพ์

เครื่องพิมพ์ (printer) เป็นอุปกรณ์ของหน่วยส่งออกที่ใช้ในการแสดงผลจากเครื่องคอมพิวเตอร์ลงบนกระดาษหรือสื่อสิ่งพิมพ์ที่ผู้ใช้สามารถนำไปใช้งานต่อไปได้ ซึ่งโดยทั่วไปจะพิมพ์ลงบนกระดาษ

1. เครื่องพิมพ์แบบจุด

เครื่องพิมพ์แบบจุด (dot matrix printer) มีหัวพิมพ์เป็นเข็มขนาดเล็กหลายเข็มเมื่อต้องการพิมพ์ตัวอักษรใด เครื่องพิมพ์จะสั่งให้หัวเข็มบางหัวทำการกระแทกลงบนผ้าหมึกเพื่อให้ปรากฏเป็นรูปของตัวอักษรที่เกิดจากจุดเรียงต่อกัน หัวเข็มอาจจะมี 9 หรือ 24 หัว การพิมพ์จะพิมพ์ทีละหนึ่งตัวอักษร ทีละบรรทัดจากด้านซ้ายไปยังด้านขวาของกระดาษ

แม้ว่าเครื่องพิมพ์แบบจุดจะมีข้อจำกัดในด้านการพิมพ์ภาพกราฟิก และเสียงดังจากการทำงาน แต่ปัจจุบันเครื่องพิมพ์แบบนี้ก็ยังเป็นที่นิยมใช้กันในงานเฉพาะ เช่น งานพิมพ์เอกสารทางการเงินที่ต้องการสำเนาหลายชุด เป็นต้น


เครื่องพิมพ์แบบจุด

2.เครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์

เครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์ (laser printer) เป็นเครื่องพิมพ์ที่ใช้วิธีการทางแสงทำให้ผงหมึกไปติดกระดาษที่ต้องการพิมพ์ มีความเร็วในการพิมพ์สูง สามารถพิมพ์ได้เร็วกว่า 10 แผ่นต่อนาที(page per minute:ppm) สามารถพิมพ์ตัวอักษร และภาพกราฟิกที่มีความคมชัดสูง โดยมีความละเอียดในการพิมพ์สูงกว่า 600 จุดต่อนิ้ว (dot per inch:dpi) มีทั้งแบบที่พิมพ์เอกสารขาวดำ และแบบสี เครื่องพิมพ์ชนิดนี้ไม่สามารถพิมพ์สำเนาได้เหมือนเครื่องพิมพ์แบบจุด เครื่องพิมพ์เลเซอร์นิยมใช้ในงานพิมพ์ที่ต้องการคุณภาพสูง

 

เครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์ทำให้ผงหมึกติดกระดาษได้อย่างไร

เครื่องพิมพ์เลเซอร์ใช้วิธีฉายภาพของเอกสารด้วยแสงเลเซอร์ไปบนอุปกรณ์ที่เรียกว่าดรัม (drum) ทำให้พื้นที่ที่จะพิมพ์มีประจุไฟฟ้าเปลี่ยนไปแล้วดรัมจะหมุนไปดูดซับผงหมึกเข้ามาติดในบริเวณที่มีประจุจากนั้นจะอัดผงหมึกเข้ากับกระดาษโดยใช้ความร้อนทำให้ผงหมึกติดที่กระดาษ

 
 

อันตรายจากเครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์

เนื่องจากเครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์ใช้ผงหมึกในการพิมพ์เอกสาร จึงได้มีผู้ศึกษาถึงปริมาณและอันตรายของฝุ่นผงหมึกที่หลุดออกมาขณะที่เครื่องพิมพ์ทำงานโดยเกรงกันว่าฝุ่นผงหมึกเหล่านี้อาจมีผลเสียต่อการทำงานของอวัยวะในระบบทางเดินหายใจ เช่น ปอด และอาจเป็นสารก่อมะเร็ง แม้ว่าผลเสียเหล่านี้จะยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างแน่นอน ผู้ใช้เครื่องพิมพ์เลเซอร์ก็สามารถป้องกันผลเสียที่อาจจะมีได้โดยการติดตั้งเครื่องพิมพ์ไว้ในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก

 
 

เกร็ดน่ารู้ การนำกล่องผงหมึกกลับมาใช้ใหม่

กล่องผงหมึกทำจากวัสดุโลหะและพลาสติกที่ย่อยสลายไม่ได้ตามธรรมชาติ รวมทั้งผงหมึกเป็นสารเคมีที่ก่อมลพิษให้กับสิ่งแวดล้อมถ้าหากมีการทิ้งขยะตามกระบวนการปกติ ดังนั้นเราจึงควรนำกล่องผงหมึกกลับมาใช้ใหม่ (recycle) โดยบริษัทผู้ผลิตกล่องผงหมึกทุกบริษัทจะรับกล่องผงหมึกเก่าเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่อยู่แล้ว เมื่อต้องการเปลี่ยนกล่องผงหมึกจึงควรติดต่อบริษัทผู้ผลิตเพื่อขอคืนกล่องผงหมึก เป็นการร่วมกันรักษาสิ่งแวดล้อมที่ดีทางหนึ่ง

 

3. เครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก

เครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก (inkjet printer) ใช้การพ่นน้ำหมึกหยดเล็กๆลงไปบนพื้นผิวที่ต้องการพิมพ์ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นกระดาษอาจจะเป็นพื้นผิวพลาสติกบนแผ่นซีดี หรือแม้กระทั่งเสื้อยืดและสามารถพิมพ์ได้ทั้งสีและขาวดำ เครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึกมีราคาไม่สูงนัก เมื่อเทียบกับเครื่องพิมพ์แบบอื่น จึงนิยมใช้กันทั่วไปตามบ้านเรือนหรือสำนักงานขนาดเล็ก

เทคโนโลยีที่ดีขึ้นมากในปัจจุบันสามารถทำให้หยดหมึกมีขนาดเล็กลงจึงทำให้เครื่องพิมพ์ชนิดนี้มีความละเอียดในการพิมพ์สูงมากจนเทียบเท่า หรืออาจจะดีกว่าเครื่องพิมพ์แบบเลเซอร์บางรุ่น ข้อเสียของเครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึกคือกล่องน้ำหมึก (ink catridge) มีขนาดเล็กและรองรับการพิมพ์ได้ไม่มาก กล่องน้ำหมึกโดยทั่วไปจะรองรับงานพิมพ์เอกสารได้ประมาณ 500 แผ่น ทำให้ต้องเปลี่ยนบ่อยๆ


เครื่องพิมพ์แบบพ่นหมึก

 

เครื่องพิมพ์ความร้อน

เครื่องพิมพ์ที่พบเห็นในการพิมพ์สลิปจากเครื่องเอทีเอ็มหรือบัตรเครดิต คือเครื่องพิมพ์ความร้อน (thermal printer) ใช้เข็มความร้อน (heated pin) เล็กๆกดลงไปบนกระดาษที่ไวต่อความร้อนเพื่อทำให้กระดาษเปลี่ยนเป็นสีดำ เครื่องพิมพ์ความร้อนประเภทนี้มีราคาถูกแต่คุณภาพต่ำ และพิมพ์ได้แต่ขาวดำ จึงนิยมใช้กันในเครื่องพิมพ์สลิปบัตรเครดิตหรือเครื่องพิมพ์ใบเสร็จขนาดเล็กๆ
เครื่องพิมพ์ความร้อนที่มีคุณภาพสูงขึ้นมาอาจใช้เทคนิคที่เรียกว่า การถ่ายเทขี้ผึ้งความร้อน (thermal wax-transfer) เป็นการทำให้ขี้ผึ้งสีที่ร้อนไปย้อมติดอยู่บนกระดาษแต่ก็ให้คุณภาพของงานพิมพ์สีที่ไม่ดีนัก เครื่องพิมพ์ความร้อนที่ให้คุณภาพงานพิมพ์สีดีที่สุดคือเครื่องที่ใช้เทคนิคการระเหิดสีย้อม (dye-sublimation) โดยการทำให้สีระเหิดกลายเป็นไอไปติดอยู่บนพื้นผิวของกระดาษที่เคลือบสารพิเศษไว้ ทำให้ได้คุณภาพสีที่ดีระดับมืออาชีพแต่มีราคาสูงมาก