Warning: Use of undefined constant page - assumed 'page' (this will throw an Error in a future version of PHP) in /home/h512175/domains/phungwit.ac.th/public_html/krootim/index.php on line 16
ข้อมูลหน่วยการเรียนรู้
แบบทดสอบก่อนเรียน
1.1 เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารคืออะไร
1.2 ลักษณะสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
1.3 ผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แบบฝึกหัด
แบบทดสอบหลังเรียน
ข้อมูลหน่วยการเรียนรู้
แบบทดสอบก่อนเรียน
2.1 ข้อมูล
2.2 การจัดการสารสนเทศ
2.3 ระดับสารสนเทศ
แบบฝึกหัด
แบบทดสอบหลังเรียน
ข้อมูลหน่วยการเรียนรู้
แบบทดสอบก่อนเรียน
3.1 คอมพิวเตอร์
3.2 การแทนข้อมูล
3.3 หน่วยรับเข้า
3.4 หน่วยประมวลผลกลาง
3.5 หน่วยความจำ
3.6 หน่วยส่งออก
3.7 หน่วยเก็บข้อมูล
3.8 อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ทำงานได้หลายหน้าที่
3.9 การใช้งานและดูแลรักษาคอมพิวเตอร์
แบบฝึกหัด
แบบทดสอบหลังเรียน

Warning: Use of undefined constant page - assumed 'page' (this will throw an Error in a future version of PHP) in /home/h512175/domains/phungwit.ac.th/public_html/krootim/index.php on line 303

Warning: Use of undefined constant page - assumed 'page' (this will throw an Error in a future version of PHP) in /home/h512175/domains/phungwit.ac.th/public_html/krootim/index.php on line 303

Warning: Use of undefined constant page - assumed 'page' (this will throw an Error in a future version of PHP) in /home/h512175/domains/phungwit.ac.th/public_html/krootim/index.php on line 315

Warning: Use of undefined constant page - assumed 'page' (this will throw an Error in a future version of PHP) in /home/h512175/domains/phungwit.ac.th/public_html/krootim/index.php on line 316

3.3 หน่วยรับเข้า

ข้อมูลเข้า คือข้อมูลหรือชุดคำสั่งซึ่งข้อมูลอาจอยู่ในรูปของตัวเลข ข้อความ รูปภาพ เสียง หรือภาพเคลื่อนไหวที่ต้องการให้คอมพิวเตอร์ประมวลผล สำหรับชุดคำสั่ง อาจเป็นโปรแกรมในรูปแบบของไฟล์หรือคำสั่งที่ผู้ใช้สั่งให้ทำงาน

หน่วยรับเข้า (Input unit) ทำหน้าที่นำข้อมูลหรือโปรแกรมเข้าไปเก็บไว้ในหน่วยความจำเพื่อใช้ในการประมวลผล ตัวอย่างอุปกรณ์ของหน่วยรับเข้า เช่น คีย์บอร์ด เมาส์ จอยสติ๊ก จอสัมผัส เครื่องอ่านพิกัด สแกนเนอร์ เครื่องอ่านบาร์โค้ด กล้องดิจิตอล และเว็บแคม


อุปกรณ์ของหน่วยรับเข้าชนิดต่างๆ

3.3.1 คีย์บอร์ด

คีย์บอร์ดหรือแผงแป้นอักขระ (keyboard) เป็นอุปกรณ์ของหน่วยรับเข้าที่มีใช้กันในคอมพิวเตอร์แทบจะทุกเครื่อง คีย์บอร์ดแบบตั้งโต๊ะโดยทั่วไปจะมีแป้นพิมพ์จำนวน 105 ปุ่มแยกออกเป็นกลุ่มตามประเภทของการใช้งาน เช่น แป้นอักษร แป้นตัวเลข แป้นลูกศร แป้นควบคุมระบบมัลติมีเดีย และแป้นควบคุมลักษณะการทำงานของปุ่มอื่น


รายละเอียดปุ่มบนคีย์บอร์ด

ในปัจจุบันซึ่งเป็นยุคไร้สาย คีย์บอร์ดก็ได้ถูกพัฒนาให้ใช้งานแบบไร้สายเช่นกัน โดยคีย์บอร์ดแบบไร้สายนั้นจะมีตัวรับสัญญาณเชื่อมต่ออยู่กับคอมพิวเตอร์ ส่วนตัวคีย์บอร์ดจะไม่มีสายเชื่อมต่ออยู่กับคอมพิวเตอร์ แต่จะใช้สัญญาณวิทยุหรือสัญญาณอินฟาเรดในการส่งสัญญาณว่ามีการกดปุ่มไปยังตัวรับสัญญาณทำให้สามารถเคลื่อนย้ายคีย์บอร์ดได้สะดวก


คีย์บอร์ดแบบไร้สาย และตัวรับสัญญาณแบบยูเอสบี

 

คีย์บอร์ดสุขภาพ เป็นคีย์บอร์ดที่มีการแยกส่วนของการพิมพ์ตัวอักษรเป็น 2 ส่วน ซึ่งสามารถปรับตามการวางมือการใช้งานได้ นอกจากนั้นส่วนของตัวเลขก็จะแยกออกมาต่างหาก ทำให้การใช้งานสะดวกขึ้น สำหรับแป้นพิมพ์สามารถพิมพ์ได้ง่ายโดยไม่ต้องใช้แรงกดในการพิมพ์มาก

 

3.3.2 เมาส์

เมาส์ (mouse) เป็นอุปกรณ์ของหน่วยรับเข้าที่ต้องใช้ร่วมกับจอภาพ เมื่อผู้ใช้เคลื่อนเมาส์ ตัวชี้เม้าส์ (mouse pointer) บนจอภาพจะเคลื่อนไปในทิศทางและความเร็วที่สัมพันธ์กัน เมื่อผู้ใช้ต้องการเลือกสิ่งใดบนจอภาพ จะใช้วิธีเลื่อนตัวชี้เมาส์ไปทับบนสิ่งนั้นแล้วคลิกปุ่มบนเมาส์


เมาส์ที่มีหลายปุ่ม

เมาส์โดยทั่วไปมี 2 ปุ่ม หน้าที่ของแต่ละปุ่มอาจจะแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับโปรแกรมประยุกต์และระบบปฎิบัติการที่ใช้งาน นอกจากนี้เมาส์รุ่นใหม่ๆจะมีปุ่มที่สาม ซึ่งมีลักษณะเป็นล้อหมุนได้ ที่เรียกว่าวิลบัตทอน(wheel button) และเมาส์พิเศษบางรุ่นที่ออกแบบมาเพื่อให้ใช้เล่นเกมหรือใช้กับโปรแกรมเฉพาะบางอย่างอาจจะมีปุ่มมากกว่า 3 ปุ่มอีกด้วย

เทคนิคการตรวจรู้ตำแหน่งหรือการเปลี่ยนแปลงทิศทางของเมาส์มี 2 แบบคือ

1. เมาส์แบบกลไล

ใช้วิธีตรวจสอบการหมุนของลูกบอลเล็กๆที่อยู่ใต้เมาส์ จุดอ่อนของเมาส์แบบนี้คือต้องใช้กับพื้นผิวโต๊ะที่มีความฝืดเล็กน้อยเพื่อให้ลูกบอลหมุนเวลาที่ผู้ใช้เคลื่อนเมาส์ไปมา หรือมิเช่นนั้นต้องใช้งานร่วมกันแผ่นรองเมาส์ (mouse pad) ที่ถูกออกแบบมาให้มีความฝืดพอดีและยังมีปัญหาเรื่องความสกปรกที่จะติดเข้าไปกับลูกบอล เมื่อใช้เมาส์ไปนานๆสิ่งสกปรก เช่น คราบเหงื่อจากมือของผู้ใช้จะถูกลูกบอลพาเข้าไปเกาะติดที่กลไกภายในเมาส์ทำให้เมาส์ทำงานไม่แม่นยำ ผู้ใช้จึงต้องทำความสะอาดบ่อยๆ


เมาส์แบบกลไก

2. เมาส์แบบแสงหรือเลเซอร์

จะใช้วิธีส่งแสงหรือเลเซอร์ไปยังพื้นที่สะท้อนแสงได้ เพื่อตรวจสอบการเคลื่อนไหวของเมาส์แทนกลไกของลูกบอล ทำให้ไม่จำเป็นต้องใช้แผ่นรองเมาส์และยังไม่มีปัญหาเรื่องความสกปรก อีกทั้งยังมีความแม่นยำดีกว่าเมาส์แบบกลไก


เมาส์แบบแสง

เนื่องจากเมาส์เป็นอุปกรณ์ที่ต้องถูกขยับหรือเคลื่อนไปมาตลอดเวลาที่ใช้งานจึงมีการพัฒนาเป็นเมาส์แบบไร้สายมีลักษณะการเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์คล้ายกับคีย์บอร์ดแบบไร้สาย ไม่มีสายของเมาส์ระโยงระยาง ทำให้การใช้งานสะดวกมากขึ้น


เมาส์แบบไร้สาย

 

ข้อจำกัดการใช้เมาส์และคีย์บอร์ดไร้สาย

การใช้เมาส์และคีย์บอร์ดไร้สายจำเป็นต้องใช้พลังงานจากแบตเตอรี่

 

ในการใช้งานเมาส์กับคอมพิวเตอร์แบบโน๊ตบุ๊กนั้นได้มีการออกแบบอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ได้เช่นเดียวกับเมาส์แต่ติดตั้งอยู่บนตัวเครื่องคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊กเลย เพื่อความสะดวกในการเคลื่อนย้ายไปในที่ต่างๆ เช่น แท่งชี้ (pointing stick) แป้นสัมผัส(touchpad)


แท่งชี้และแป้นสัมผัสของคอมพิวเตอร์แบบโน้ตบุ๊ค

แท่งชี้

จะมีลักษณะเป็นปุ่มที่ยื่นขึ้นมาจากตรงกลางของคีย์บอร์ดทำงานร่วมกับปุ่มสองปุ่มที่อยู่ตรงส่วนล่างของคีย์บอร์ด การทำงานกับแท่งชี้ผู้ใช้สามารถใช้นิ้วแตะขยับส่วนบนของแท่งชี้ไปยังทิศทางต่างๆได้เพื่อเป็นการเลื่อนตัวชี้บนจอ และใช้การกดปุ่มซ้ายหรือขวาแทนการคลิกเมาส์ปุ่มซ้ายหรือเมาส์ปุ่มขวา ตามลำดับ


แท่งชี้

แป้นสัมผัส

มีลักษณะเป็นพื้นที่สี่เหลี่ยมเล็กๆซึ่งไวต่อการสัมผัสสามารถตรวจสอบทิศทางการเคลื่อนที่และแรงกดของนิ้วได้ โดยจะมีปุ่มสองปุ่มอยู่ด้านล่างของแป้นสัมผัส ซึ่งทำหน้าที่แทนปุ่มบนเมาส์เช่นเดียวกับกรณีของแท่งชี้ ผู้ใช้จะใช้นิ้วสัมผัสบนแป้น และเลื่อนนิ้วไปมาเพื่อเป็นการเลื่อนตัวชี้บนจอภาพ เมื่อต้องการคลิกเลือกสิ่งใดบนจอภาพ สามารถใช้นิ้วเคาะไปบนแป้นสัมผัส หรือกดปุ่มที่ด้านล่างก็ได้


แป้นสัมผัส

3.3.3 อุปกรณ์รับข้อมูลเข้าสำหรับเกม

เกมส์คอมพิวเตอร์หรือเกมคอนโซลที่ต้องเชื่อมต่อเข้ากบจอภาพภายนอก เช่น เครื่องรับโทรทัศน์ จะใช้อุปกรณ์ที่ถูกออแบบมาเฉพาะให้สามารถรับข้อมูลเข้าได้โดยอาศัยเพียงการเคลื่อนไหวของนิ้วหรือข้อมือไปยังทิศทางที่ต้องการเท่านั้น อุปกรณ์เหล่านี้มีพัฒนาการอย่างต่อเนื่องให้มีความสามารถมากขึ้นอยู่ตลอดเวลา เช่น จอยสติ๊ก(joystick) เกมแพด(gamepad) พวงมาลัยและคันเหยียบ(wheel and pedal) และอุปกรณ์ควบคุมที่ใช้การตรวจจับการเคลื่อนไหว(motion-sensing game controller)

จอยสติ๊กหรือก้านควบคุม

จอยสติ๊กมีลักษณะเป็นคันโยกตั้งอยู่บนฐานเล็กๆอาจมีปุ่มหลายปุ่มอยู่ที่ฐานเพื่อใช้ในการทำหน้าที่แตกต่างกันได้อยู่กับแต่ละเกมจะกำหนดไว้ผู้ใช้โยกคันโยกไปในทิศทางต่างๆให้กับตัวละครในเกม


ก้านควบคุม

เกมแพด

เกมแพดมีลักษณะเป็นแป้นควบคุมเล็กๆที่มีผู้เล่นเกมสามารถถือไว้ได้ด้วยมือทั้งสองข้าง ซึ่งบนตัวเกมแพดจะมีการวางปุ่มที่ใช้ควบคุมหลายๆปุ่มไว้ในตำแหน่งที่สะดวกในการกดด้วยนิ้วต่างๆทำให้การควบคุมทำได้ง่าย และหลากหลายมากขึ้น


เกมแพด

อุปกรณ์ควบคุมแบบพวงมาลัยและคันเหยียบ

สำหรับเกมประเภทที่เกี่ยวข้องกับการขับขี่ยานพาหนะ ถึงแม้ว่าผู้เล่นจะสามารถใช้จอยสติกควบคุมการเล่นเกมส์ได้ แต่ก็ได้มีการออกแบบพวงมาลัยและคันเหยียบของรถยนต์เพื่อให้การเล่นเกมส์มีความสมจริงมากขึ้น


อุปกรณ์ควบคุมแบบพวงมาลัยและคันเหยียบ

อุปกรณ์ควบคุมแบบแผ่นรองเต้น

แผ่นรองเต้นเป็นอุปกรณ์อีกชนิดหนึ่งที่ออกแบบให้รับข้อมูลเข้าเป็นจังหวะการเต้นของเท้าผู้เล่นเกม แผ่นนี้ทำจากพลาสติกที่ภายในมีวงจรอิเล็กทรอนิกส์รับแรงกดจากเท้า ที่เคลื่อนไปในจังหวะของเพลง โดยเกมประเภทนี้จะตรวจสอบความสามารถในการขยับเท้าเข้าจังหวะของผู้เล่นกับเพลงที่กำหนดให้


อุปกรณ์ควบคุมแบบแผ่นรองเต้น

อุปกรณ์ควบคุมที่ใช้การตรวจจับการเคลื่อนไหว

อุปกรณ์ชนิดที่มีลักษณะคล้ายรีโมทคอนโทรลเครื่องใช้ไฟฟ้า ภายในมีอุปกรณ์ตรวจสอบทิศทางและความเร็วในการเคลื่อนไหว และเชื่อมต่อกับเครื่องเกมส์โดยใช้ระบบบลูทูท ผู้เล่นเกมส์จะจับรีโมทไว้ในมือและขยับมือหรือทำท่าทางต่างๆโดยตัวอุปกรณ์จะตรวจจับการเคลื่อนไหวและตำแหน่ง แล้วส่งข้อมูลให้กับเครื่องเกมส์เพื่อควบคุมการเคลื่อนไหวของตัวละครในเกมส์ที่สัมพันธ์กับจังหวะของผู้เล่นเกมส์


อุปกรณ์ควบคุมที่ใช้การตรวจจับการเคลื่อนไหว

ในปัจจุบันอุปกรณ์ควบคุมการเล่มเกมส์มีการพัฒนาไปมากทั้งในด้านประสิทธิภาพความแม่นยำของการควบคุมความหลากหลายของการควบคุมที่มากขึ้น การเชื่อมต่อกับเครื่องเกมหรือคอมพิวเตอร์ที่เปลี่ยนไปเป็นแบบไร้สายกันมากขึ้น นอกจากนี้อุปกรณ์ควบคุมสมัยใหม่ยังทำให้ผู้เล่นเกมต้องมีการขยับเคลื่อนไหวร่างกายในขณะเล่นซึ่งอาจถือเป็นการออกกำลังกายเบาๆได้อีกทางหนึ่งด้วย

3.3.4 จอสัมผัส

จอสัมผัส (touch screen) เป็นจอคอมพิวเตอร์ที่ไวต่อการสัมผัสที่พื้นผิวของจอ จอสัมผัสจะส่งตำแหน่งที่มีการแตะกลับไปยังโปรแกรม ทำให้ผู้ใช้สามารถเลือกตัวอักษร รูปภาพหรือคำต่างๆจากหน้าจอได้โดยไม่ต้องใช้คีย์บอร์ด อย่างไรก็ตามจอสัมผัสไม่สะดวกที่จะใช้ป้อนข้อมูลจำนวนมาก เนื่องจากผู้ใช้ต้องขยับแขนทำให้เมื่อยล้า
ปัจจุบันมีการใช้งานจอสัมผัสกันมากในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก เช่น โทรศัพท์เคลื่อนที่ กล้องดิจิตอล พีดีเอ ผู้ใช้สามารถป้อนหมายเลขโทรศัพท์ เลือกเมนู หรือป้อนข้อความสั้นๆได้ด้วยการแตะไปที่รูปของคีย์บอร์ดบนหน้าจอสัมผัสโดยตรง ซึ่งการเลือกในจอสัมผัสอาจใช้นิ้วหรือสไตลัส(stylus)ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการเขียนบนจอสัมผัส


จอสัมผัส

3.3.5 เครื่องอ่านพิกัด

เครื่องอ่านพิกัด (Digitizer) หรืออาจเรียกว่าแผ่นระนาบกราฟิก(graphic tablet) เป็นอุปกรณ์ของหน่วยรับเข้าที่มีส่วนประกอบ 2 ชิ้น ได้แก่ กระดานแบบสี่เหลี่ยมที่มีเส้นแบ่งเป็นตาราง (grid) ของเส้นลวดที่ไวต่อการสัมผัสสูง และปากกาที่ทำหน้าที่เป็นตัวชี้ตำแหน่งหรือวาดรูปบนกระดานข้างต้น คอมพิวเตอร์สามารถรับรู้ตำแหน่งของกระดานที่มีการสัมผัสหรือการวาดเส้นและแสดงบนจอภาพได้ อุปกรณ์ชนิดนี้มักใช้ในการออกแบบงานกราฟิกต่างๆ


เครื่องอ่านพิกัด

3.3.6 สแกนเนอร์

สแกนเนอร์ หรือเครื่องกราดตรวจ (scanner) ทำงานในลักษณะคล้ายกับเครื่องถ่ายเอกสาร โดยส่งแสงไปที่เอกสารเพื่อให้ตัวรับแสงอ่านเอกสารให้อยู่ในรูปของรูปภาพดิจิทัล สแกนเนอร์สามารถรับข้อมูลเป็นรูปภาพและข้อความที่อยู่บนสิ่งพิมพ์ได้


สแกนเนอร์

3.3.7 เครื่องอ่านบาร์โค้ด

เครื่องอ่านบาร์โค้ด (barcode reader) มีหลักการทำงานคล้ายกับเครื่องสแกนเนอร์ โดยทำการส่งแสงเลเซอร์ไปยังบาร์โค้ด แล้วมีตัวอ่านการสะท้อนของแสงดังกล่าวที่ตัวอุปกรณ์ จากนั้นจะแปลงค่าที่อ่านได้เป็นตัวเลขที่คอมพิวเตอร์จะนำไปประมวลผลต่อไป

เครื่องอ่านบาร์โค้ดนิยมใช้กันในการอ่านบาร์โค้ดหรือรหัสแท่งของสินค้าเพื่อคิดราคาตามร้านค้า


เครื่องอ่านบาร์โค้ด

3.3.8 กล้องดิจิตอล

กล้องดิจิตอล (digital camera) เป็นอุปกรณ์ที่ถ่ายภาพลงบนสื่อบันทึกข้อมูล ในรูปของข้อมูลภาพดิจิตอลโดยไม่ต้องใช้ฟิล์ม ผู้ใช้สามารถตรวจสอบภาพที่จะถ่ายได้จากจอภาพขนาดเล็กที่ด้านหลังของกล้อง และสามารถดูภาพที่ถ่ายแล้วได้ทันทีเช่นกัน

ข้อมูลที่เก็บเป็นข้อมูลแบบดิจิตอล โดยภาพแต่ละภาพประกอบด้วยจุด(pixel) เล็กๆจำนวนมาก ความละเอียดของภาพขึ้นอยู่กับจำนวนจุดดังกล่าว กล้องดิจิตอลในปัจจุบันมีความละเอียดของภาพอยู่ระหว่าง 1 ล้านไปจนถึงมากกว่า 20 ล้านจุด


กล้องดิจิตอล

 
การกำหนดความละเอียดของภาพ

ความละเอียดของภาพที่ถ่ายด้วยกล้องดิจิทัลสามารถกำหนดได้แต่ต้องไม่เกินจำนวนจุดของกล้องที่สามารถถ่ายได้ เช่น กล้องขนาด 2 ล้านจุด สามารถตั้งความละเอียดขนาด 1,600x1,200 เท่ากับ 1,920,000 จุด โดยภาพที่ได้จะมีขนาด 1,920,000 x 3 = 5,760,000 ไบต์ เนื่องจากหนึ่งจุดมีค่าสี 3 สี แต่ละค่าใช้หน่วยความจำ 1 ไบต์ ถ้าภาพขนาด 3,504 x 2,336 จุด จะมีขนาดเท่ากับ 8,185,344 x 3 =24,556,032 ไบต์ หรือประมาณ 24 เมกะไบต์
ปัจจุบันกล้องดิจิทัลไม่ได้ถูกจำกัดให้อยู่ในรูปแบบของกล้องถ่ายภาพแต่เพียงอย่างเดียว

อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดอื่นได้มีการเพิ่มเติมความสามารถในการถ่ายภาพได้เช่นเดียวกับกล้องดิจิทัลเข้าไปด้วย เช่น โทรศัพท์เคลื่อนที่และพีดีเอ เมื่อผู้ใช้ถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิทัลแล้วสามารถเลือกที่จะเก็บรูปไว้ในคอมพิวเตอร์เพื่อตกแต่งภาพในภายหลัง หรือสามารถนำไปสั่งพิมพ์ลงบนกระดาษอัดภาพได้ในลักษณะเดียวกับการใช้กล้องฟิล์มในอดีต ทำให้เกิดความสะดวกมากยิ่งขึ้น และเป็นการลดความสิ้นเปลืองและลดระยะเวลาการรอที่จะได้เห็นภาพเมื่อเทียบกับการใช้กล้องฟิล์มด้วย

 

ปัจจุบันกล้องดิจิตอลไม่ได้ถูกจำกัดให้อยู่ในรูปแบบของกล้องถ่ายภาพแต่เพียงอย่างเดียว อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดอื่นได้มีการเพิ่มเติมความสามารถในการถ่ายภาพได้เช่นเดียวกับกล้องดิจิตอลเข้าไปด้วย เช่น โทรศัพท์เคลื่อนที่ และพีดีเอ เมื่อผู้ใช้ถ่ายภาพด้วยกล้องดิจิตอลแล้ว สามารถเลือกที่จะเก็บรูปไว้ในคอมพิวเตอร์เพื่อตกแต่งภาพในภายหลัง หรือสามารถนำไปสั่งพิมพ์ลงบนกระดาษอัดภาพได้ในลักษณะเดียวกันกับการใช้กล้องฟิล์มในอดีต ทำให้เกิดความสะดวกมากยิ่งขึ้น และเป็นการลดความสิ้นเปลืองและลดระยะการรอที่จะได้เห็นภาพเมื่อเทียบกับการใช้กล้องฟิล์มด้วย ตัวอย่างกล้องดิจิตอลแบบต่างๆ


กล้องดิจิตอลในรูปแบบต่างๆ

3.3.9 เว็บแคม

เว็บแคม (web cam) เป็นกล้องที่ใช้จับภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหวแล้วแสดงผลผ่านอินเทอร์เน็ต ตัวกล้องจะไม่มีซีพียู โดยปกติจะต่อกับเครื่องคอมพิวเตอร์และใช้ซอฟต์แวร์พิเศษ
ปัจจุบันเว็บแคมจะเป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่ติดมากับคอมพิวเตอร์แบบโน๊ตบุ๊ก การใช้งานนิยมใช้ในการสนทนาในลักษณะที่ต้องการเห็นภาพคู่สนทนา เช่น การประชุมทางไกล และการเรียนทางไกล


เว็บแคม

อย่างไรก็ตามเมื่อเว็บแคมเริ่มแพร่หลายมากขึ้น ได้ก่อให้เกิดปัญหาใหม่ของสังคมตามมา คือ มีการเผยแพร่ภาพลามกอนาจาร หรือภาพที่ไม่เหมาะสมผ่านทางอินเทอร์เน็ตกันมากขึ้น ทั้งที่ผู้ที่อยู่ในภาพเองจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจผู้ใช้เว็บแคมทุกคนจึงควรตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการใช้งานและการเผยแพร่ข้อมูลที่ได้จากเว็บแคมด้วย