ข้อมูลหน่วยการเรียนรู้
แบบทดสอบก่อนเรียน
1.1 เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารคืออะไร
1.2 ลักษณะสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
1.3 ผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
แบบฝึกหัด
แบบทดสอบหลังเรียน
ข้อมูลหน่วยการเรียนรู้
แบบทดสอบก่อนเรียน
2.1 ข้อมูล
2.2 การจัดการสารสนเทศ
2.3 ระดับสารสนเทศ
แบบฝึกหัด
แบบทดสอบหลังเรียน
ข้อมูลหน่วยการเรียนรู้
แบบทดสอบก่อนเรียน
3.1 คอมพิวเตอร์
3.2 การแทนข้อมูล
3.3 หน่วยรับเข้า
3.4 หน่วยประมวลผลกลาง
3.5 หน่วยความจำ
3.6 หน่วยส่งออก
3.7 หน่วยเก็บข้อมูล
3.8 อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ทำงานได้หลายหน้าที่
3.9 การใช้งานและดูแลรักษาคอมพิวเตอร์
แบบฝึกหัด
แบบทดสอบหลังเรียน

1.3 ผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร

พัฒนาการของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ช่วยให้การทำงานและชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์ดีขึ้น แต่พัฒนาการดังกล่าวย่อมทำให้เกิดผลกระทบต่อสังคมมากมาย ทั้งด้านบวกและด้านลบ ดังต่อไปนี้

1.3.1 ผลกระทบด้านบวก

ผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสารต่อสังคมด้านบวก เช่น

1) การสร้างเสริมคุณภาพชีวิต

เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารช่วยทำให้มนุษย์มีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น ช่วยส่งเสริมให้มีประสิทธิภาพในการทำงาน ทำให้มนุษย์รับรู้ข้อมูลข่าวสารได้มากขึ้น ไม่ต้องเสี่ยงภัยกับงานที่มีอันตราย มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ มีเครื่องมือสื่อสารโทรคมนาคมสมัยใหม่ ทำให้ติดต่อถึงกันได้สะดวก มีระบบคมนาคมขนส่งที่รวดเร็วสามารถติดต่อสื่อสารได้โดยใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในขณะเดินทาง


เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพความเป็นอยู่

2) การเสริมสร้างความเสมอภาคในสังคมและการกระจายโอกาส

เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารช่วยให้การกระจายข่าวสารไปได้ทั่วทุกแห่ง แม้แต่ในถิ่นทุรกันดาร มีการใช้ระบบการเรียนการสอนทางไกลทำให้เป็นการกระจายโอกาสการเรียนรู้ไปยังถิ่นห่างไกล นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาระบบการรักษาพยาบาลผ่านเครือข่ายสื่อสารทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสได้รับการรักษาอย่างเท่าเทียมกัน


การเพิ่มโอกาสทางการศึกษาผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต

3) การเรียนการสอนและส่งเสริมการค้นคว้าวิจัย

ในสถานศึกษามีการนำคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ มาสร้างสื่ออิเล็กทรอนิกส์ประกอบการเรียนการสอน เช่น วีดิทัศน์ อีเลิร์นนิ่ง นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยจัดการศึกษา เช่น จัดตารางสอน คำนวณระดับคะแนน จัดชั้นเรียน ทำรายงานเพื่อให้ผู้บริหารได้ทราบถึงปัญหาและการแก้ปัญหาในโรงเรียน

ในอินเทอร์เน็ตมีแหล่งข้อมูลให้เข้าถึงได้อย่างเสรี เช่น เว็บไซต์ http://th.wikipedia.org , http://www.vcharkarn.com และ http://www.gotoknow.org


เว็บไซต์ http://th.wikipedia.org


เว็บไซต์ http://www.vcharkarn.com


เว็บไซต์ http://www.gotoknow.org

ในด้านการค้นคว้าวิจัยนักวิทยาศาสตร์ใช้ประโยชน์จากคอมพิวเตอร์ได้หลายรูปแบบ เช่น ใช้ในการค้นหาข้อมูลที่มีจำนวนมากและแพร่กระจายอยู่ทั่วโลก ใช้ค้นหารายงานการวิจัยที่เก็บไว้ในห้องสมุดต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว ใช้ในการจำลองโครงสร้างอะตอม


การจำลองโครงสร้างอะตอม

4) การรักษาสิ่งแวดล้อม

ในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติได้มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เช่น การอนุรักษ์ป่าไม้ มีการใช้ภาพถ่ายดาวเทียมการติดตามข้อมูลสภาพอากาศ การพยากรณ์อากาศ การจำลองรูปแบบสภาวะสิ่งแวดล้อม เพื่อปรับปรุงแก้ไข การเก็บรวบรวมข้อมูลคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำ การตรวจวัดมลภาวะ ตลอดจนการใช้ระบบการตรวจวัดระยะไกลมาช่วย ที่เรียกว่า โทรมาตร (telemeter) ดัวอย่างระบบโทรมาตรจากศูนย์สารสนเทศ กรมชลประทาน


ตัวอย่างระบบโทรมาตร

5) การรักษาความปลอดภัย

ปัจจุบันมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อมีการรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยในการดำเนินชีวิตประจำวัน เช่น การตรวจสอบสัมภาระในการเดินทาง การตรวจสอบอาวุธและวัตถุระเบิด


การตรวจสอบอาวุธหรือวัตถุระเบิด

6) การผลิตในอุตสาหกรรมและการพานิชยกรรม

การแข่งขันทางด้านการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมจำเป็นต้องหาวิธีการในการผลิต เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์เข้ามามีบทบาทในการใช้ข้อมูลข่าวสารเพื่อการบริหารและการจัดการ การดำเนินการเพื่อให้สามารถผลิตสินค้าได้จำนวนมากและมีต้นทุนต่ำ และยังรวมไปถึงการให้บริการกับลูกค้า เพื่อให้ซื้อสินค้าและใช้บริการได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น ปัจจุบันเราสามารถใช้บริการทางอินเทอร์เน็ตในรูปแบบของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น การซื้อสินค้าการทำธูรกรรมทางการเงิน การดูข้อมูลที่มีผลกับธุรกิจ


เว็บไซต์ www.chulabook.com/ ให้บริการซื้อขายหนังสือออนไลน์

7) การสร้างสรรค์ผลงานและพัฒนาความคิด

เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมีแนวโน้มที่จะมีบทบาทมากยิ่งขึ้นต่อชีวิตประจำวัน ด้วยเหตุผลนี้เยาวชนจึงต้องเรียนรู้ และเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปพัฒนาสิ่งต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ โดยลดการพึ่งพาเทคโนโลยีหรือซอฟต์แวร์จากต่างประเทศ ในการนี้มีหลายสถาบัน เช่น สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) และศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ได้มีการจัดแข่งขันการพัฒนาโครงงานหรือซอฟต์แวร์เพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถ และเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้แสดงความคิดสร้างสรรค์ และพัฒนาสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อท้องถิ่น


การแข่งขันพัฒนาโครงงานของ สสวท.

8) การส่งเสริมประชาธิปไตย

ในการเลือกตั้งระดับต่างๆ มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อกระจายข่าวสาร และให้ประชาชนได้เห็นความสำคัญของระบอบประชาธิปไตย ในการเลือกตั้งก็มีการใช้คอมพิวเตอร์รวมผลคะแนน ให้สื่อโทรทัศน์ วิทยุ และอินเทอร์เน็ตรายงานผลการนับคะแนน ที่ทำให้ทราบผลได้อย่างรวดเร็ว ตัอย่างเว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง


เว็บไซต์ www.ect.go.th/

1.3.2 ผลกระทบด้านลบ

ผลกระทบด้านลบของเทคโนโลสีสารสนเทศและการสื่อสารต่อสังคมด้านลบ เช่น

1) ทำให้เกิดอาชญากรรม

เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเป็นหนทางในการก่ออาชญากรรมได้ อาชญากรรมอาจใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการวางแผนปล้น วางแผนโจรกรรม มีการลักลอบใช้ข้อมูลข่าวสาร หรือเข้าแก้ไขข้อมูล เช่น การแก้ไขระดับคะแนนของนักศึกษา แก้ไขจำนวนเงินในบัตรเติมเงินโทรศัพท์เคลื่อนที่ การแก้ไขข้อมูลในโรงพยาบาลเพื่อให้การรักษาพยาบาลคนไข้ผิด ซึ่งเป็นการทำร้ายหรือฆาตรกรรม ดังที่เห็นในภาพยนตร์ รวมไปถึงการใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตเพื่อล่อลวงผู้อื่นไปในทางที่ไม่ดี


ตัวอย่างการโครกรรมข้อมูลทางคอมพิวเตอร์

2) ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลเสื่อมถอย

การใช้คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สื่อสาร ทำให้สามารถติดต่อสื่อสารกันได้โดยไม่ต้องพบหน้ากัน การใช้คอมพิวเตอร์หรือแม้แต่การเล่นเกม มีลักษณะการใช้งานเพียงคนเดียว ทำให้ความสัมพันธ์กับผู้อื่นลดลง ผลกระทบนี้ทำให้มีความเชื่อว่า มนุษย์สัมพันธ์ของบุคคละน้อยลง สังคมใหม่จะเป็นสังคมที่ไม่ต้องพึ่งพากันและกันมาก อย่างไรก็ตามได้มีงานวิจัยคัดค้านและแสดงความคิดเห็นที่ว่าเทคโนโลยีได้ช่วยให้มนุษย์มีการติดต่อสื่อสารถึงกันมากขึ้นและมีความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น

3) ทำให้เกิดความวิตกกังวล

ผลกระทบนี้เป็นผลกระทบทางด้านจิตใจของกลุ่มบุคคล บางกลุ่มที่มีความวิตกกังวลว่า คอมพิวเตอร์อาจทำให้เกิดการจ้างงานน้อยลง มีการนำเอาหุ่นยนต์มาใช้ในงานมากขึ้น ทำให้ผู้ใช้แรงงานอาจตกงาน หรือหน่วยงานอาจเลิกว่าจ้างได้ โดยความจริงแล้วความคิดเหล่านี้จะเกิดขึ้นกับบุคคลบางกลุ่มเท่านั้น แต่ถ้าบุคคลนัันมีการปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยี หรือมีการพัฒนาให้มีความรู้ความสามารถสูงขึ้นแล้วปัญหานี้จะไม่เกิดขึ้น


การนำหุ่นยนต์มาทำงานแทนมนุษย์

4) ทำให้เกิดความเสี่ยงภัยในการดำเนินงาน

การดำเนินงานในปัจจุบันจำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมากขึ้นข้อมูลข่าวสารทั้งหมดของธุรกิจฝากไว้ในศูนย์ข้อมูล หากเกิดการสูญหายของข้อมูล อันเนื่องมาจากอุบัติภัย เช่น ไฟไหม้ น้ำท่วม หรือถูกทำลายจากไวรัสคอมพิวเตอร์ ก็จะทำให้ไม่สามารถนำข้อมูลนำข้อมูลนั้นมาใช้ได้ นอกจากนี้อาจมีผู้ประสงค์ร้ายเข้าไปขโมยข้อมูลมาใช้ในทางที่ไม่ดีได้ง่ายขึ้น

 

ไวรัสคอมพิวเตอร์

ไวรัสคอมพิวเตอร์ คือ โปรแกรมชนิดหนึ่งที่มีความสามารถในการสำเนาตัวเองเข้าไปติดอยู่ในความจำของระบบคอมพิวเตอร์ และเมื่อมีโอกาสสามารถแพร่กระจายไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นได้ โดยไวรัสจะทำงานได้ก็ต่อเมื่อมีการเรียกใช้ไฟล์หรือโปรแกรมที่มีไวรัสแฝงอยู่

 

5) ทำให้เกิดการพัฒนาอาวุธไปใช้ในทางที่ผิด

ประเทศที่มีการนำเทคโนโลยีและการสื่อสารมาช่วยในการพัฒนาอาวุธที่มีอานุภาพการทำลายสูง ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดสงครามและมีการสูญเสียมากขึ้น


เทคโนโลยีที่นำมาใช้ทางทหาร

6) ทำให้เกิดการแพร่กระจายข่าวสารที่ไม่เหมาะสม

คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์ที่ทำงานตามคำสั่ง การนำมาใช้ในทางใดจึงขึ้นอยู่กับผู้ใช้ จริยธรรมการใช้คอมพิวเตอร์เป็นเรื่องสำคัญดังเช่น ในการใช้งานอินเตอร์เน็ตอาจมีผู้สร้างโฮมเพจหรือสร้างข้อมูลข่าวสารที่มีเนื้อหาหรือภาพไม่เหมาะสม เช่น ภาพลามกอนาจาร หรือภาพที่ทำให้ผู้อื่นเสียหาย การดำเนินการเช่นนี้ย่อมขึ้นอยู่กับจริยธรรมของผู้ดำเนินการ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีทีรับแจ้งเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมผ่านเว็บไซต์

นอกจากนี้ยังมีการปลอมแปลงอีเมล์เพื่อส่งอีเมล์ถึงผู้อื่น โดยมีเจตนากระจายข่าวที่เป็นเท็จ จริยธรรมการใช้งานเครือข่ายคอมพิวเตอร์เป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนต้องใส่ใจและคำนึงถึงการใช้งานที่มีผลกระทบถึงผู้อื่น


เว็บไซต์ของกระทรวงไอซีที

7) ทำให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพ

การใช้คอมพิวเตอร์ติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจทำให้มีปัญหาต่อสุขภาพ เช่น การเพ่งที่จอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานอาจทำให้ปวดตา การนั่งในท่าเดิมนานๆ ทำให้เกิดอาการปวดหลัง ปวดคอ การเกร็งข้อมือขณะพิมพ์งานหรือใช้เมาส์จะทำให้เกิดการปวดข้อมือและนิ้วได้


การปวดกล้ามเนื้อจากการนั่งทำงานนานๆ

 

การใช้คอมพิวเตอร์อย่างถูกวิธี

  • จอภาพตั้งให้อยู่ตรงกลางและปรับให้อยู่ต่ำกว่าระดับสายตาเล็กน้อย ปรับแสงของจอให้พอเหมาะเมื่อมองแล้วรู้สึกสบายตา
  • การนั่งให้นั่งห่างจากจอประมาณ 1 ช่วงแขนเก้าอี้ขนาดพอดีตัว ให้นั่งตัวตรงและหลังพิงกับพนักเก้าอี้ ส่วนเท้าวางขนานกับพื้น
  • คีย์บอร์ดอยู่ในระดับที่แขนวางแล้วเป็นมุมตั้งฉาก ไม่สูงหรือต่ำเกินไป จนทำให้ไหล่ห่อ
  • พักสายตาโดยการมองออกไปไกลๆชั่วโมงละ 2 ครั้ง และเปลี่ยนอิริยาบททุก 30-60 นาที

 

8) ทำให้ติดคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต

การติดคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต มีหลายลักษณะ เช่น ติดการเล่นเกมส์ ติดการค้นหาเว็บ ติดการแชท และติดการพนันหรือประมูลสินค้า ผู้ที่มีอาการติดสิ่งเหล่านี้ จะต้องการเวลาในการทำกิจกรรมนั้นมากขึ้นเรื่อยๆ จนไม่สามารถเลิกได้ ซึ่งทำให้มีปัญหาทั้งทางร่างกายและจิตใจ เช่น ซึมเศร้า ไม่อยากนอน เชื่องช้า ก้าวร้าว ขาดวินัย ไม่มีความรับผิดชอบ เพราะฉะนั้น ครอบครัวมีส่วนสำคัญในการดูแลเอาใจใส่ ควรฝึกให้บุตรหลานตระหนักถึงสิ่งที่ให้ประโยชน์หรือโทษ และควรปลูกฝังจิตสำนึกและความรับผิดชอบที่มีต่อครอบครัวและสังคม

 

ทำอย่างไรไม่ให้เด็กติดคอมพิวเตอร์

ผู้ปกครองมีส่วนสำคัญในการดูแลบุตรหลานไม่ให้ติดคอมพิวเตอร์ได้ ดังเช่นแนวทางต่อไปนี้

  1. กำหนดแนวทางในการใช้คอมพิวเตอร์ให้เป็นเวลา
  2. ควรตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ไว้ในห้องที่ทุกคนในบ้านมีส่วนร่วมได้ เพื่อให้รู้ว่าเด็กกำลังใช้คอมพิเตอร์ทำอะไร
  3. รับฟังและให้คำแนะนำเมื่อเด็กมีปัญหาใดๆ
  4. ส่งเสริมให้มีกิจกรรมอื่น เช่น กีฬา ศิลปะ ดนตรี นั่งสมาธิ และช่วยเหลือชุมชน


การใช้เวลาว่างทำกิจกรรมร่วมกับสังคม ช่วยลดปัญหาการติดคอมพิวเตอร์